ประกันสุขภาพเเละอุบัติเหตุ

รหัสสินค้า: Health and accident-insurance หมวดหมู่: ป้ายกำกับ:

 

  • เหตุผลที่ทำไมทุกคนควรทำประกันภัยสุขภาพ ?  เพราะทุกคนเติบโตและทำงานมากขึ้นทุกวันย่อมมีการใช้ร่างกายและสุขภาพที่แตกต่างกันและการทำมาหารายได้มาเพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตแก่ย่อมแตกต่างกัน เพื่อเป็นการจัดสรรเงินเพื่อการดูแลรักษาสุขภาพของเราเมื่อยามเจ็บป่วย คุณจะได้รับคำปรึกษาและการดูแลจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นอย่างดี

ความคุ้มครองของประกันสุขภาพ

  • ค่าห้อง ค่าอาหาร
  • ค่ารักษาพยาบาล
  • ค่าธรรมเนียมแพทย์
  • ค่ารักษาพยาบาลอันเกิดจากอุบัติเหตุ

ประโยชน์ของการทำประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ

  • ลดความกังวลเรื่องภาระค่าใช้จ่ายของคุณและครอบครัวคุณ
  • เพื่อการดูแลสุขภาพอันจากการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ หากปล่อยไว้อาจจะเป็นผลร้ายในอนาคตได้
  • เพื่อเป็นการลดหย่อนภาษีเงินได้

ความคุ้มครองหลักของประกันสุขภาพ

  • ประกันสุขภาพนั้นมีความคุ้มครองที่หลากหลายและความคุ้มครองจะขึ้นอยู่กับบริษัทประกันเป็นคนกำหนด แต่ทุกแผนประกันสุขภาพนั้นจะมีความคุ้มครองหลัก หรือความคุ้มครองที่สำคัญที่สุดที่เหมือนกันซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
  • วงเงินคุ้มครองสุงสุด (ทุนประกัน) วงเงินคุ้มครองสูงสุด หรือที่เรียกง่ายๆว่าทุนประกันนั้นคือ วงเงินรวมที่ตัวประกันสุขภาพจะให้ความคุ้มครอง หรือยอมจ่ายต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง หรือพูดง่ายๆ คือเคลมได้สูงสุดกี่บาทต่อครั้งนั่นเอง โดยปกติแล้วความคุ้มครองตรงนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการซื้อประกันสุขภาพ วงเงินที่สูงขึ้นก็ทำให้ตัวผู้เอาประกันเคลมได้มากขึ้น
  • ค่าเสียหายส่วนแรก คือเงินที่เป็นภาระของผู้เอาประกันต้องเสียค่าใช้จ่ายเองในก้อนแรก ของการเข้ารับการดูแลรักษาปัญหาสุขภาพในแต่ละครั้ง หรือพูดง่ายๆ คือเป็นเงินที่ทางผู้เอาประกันนั้นต้องชำระก่อนเลยเพื่อที่จะเคลมกับกรมธรรม์สุขภาพ ค่าเสียหายส่วนแรกจะทำให้ค่าเบี้ยประกันนั้นลดลง และมักจะเป็นที่นิยมในผู้เอาประกันที่ซื้อประกันสุขภาพไว้ใช้ตอนฉุกเฉินเท่านั้น (ใช้ประกันเพื่อเคลมเวลาเป็นอะไรหนักๆและค่าใช้จ่ายสูงๆ)
  • ผู้ป่วยใน (ค่าห้อง/ค่าอาหาร) ผู้ป่วยในคือเงินที่บริษัทประกันจะจ่ายให้เมื่อมีการรักษาเกิดขึ้นที่โรงพยายาล (แอดมิด หรือนอนค้างคืนที่โรงพยาบาล) เมื่อพูดความคุ้มครองของผู้ป่วยในแล้ว ค่าห้อง ค่าอาหาร ก็เป็นปัจจัยใจหลักในการเลือกซื้อประกันสุขภาพของผู้เอาประกัน เนื่องจากค่าห้องค่าอาหารนั้นเป็นเงินที่บริษัทประกันชั้นจะจ่ายต่อวันเพื่อทำการแอดมิด หรือนอนโรงพยาบาล ถ้าค่าห้องสูงมากเท่าไหร่ ทางผู้เอาประกันก็จะได้ห้องที่ดีขึ้นมากเท่านั้น (ห้องเดี่ยวแบบ VIP หรือห้องติดสระน้ำ)
  • ผู้ป่วยนอก ความคุ้มครองผู้ป่วยนอกนั้น คือเป็นเงินที่ทางบริษัทนั้นจะชำระแทนสำหรับค่าใช้จ่ายในการไปหาหมอและไม่ได้แอดมิน ถ้าหากผู้เอาประกันไปหาหมอแล้วไม่ได้นอนโรงพยาบาล ทางบริษัทประกันจะคุ้มค่าค่าใช้จ่ายตรงนี้ให้ เช่น (ไปหาหมอเอายากลับบ้าน หรือไปพบหาคุณหมอเฉยๆ) ทั้งนี้ทั้งนั้น ความคุ้มครองของผู้ป่วยนอกนั้นทางผู้เอาประกันสามารถเลือกซื้อเพิ่มเติมได้ หรือไม่ซื้อเลยก็ได้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เอาประกัน
  • อุบัติเหตุ คือวงเงินคุ้มครองที่บริษัทประกันจะจ่ายให้ กรณีที่ผู้เอาประกันได้รับอุบัติเหตุ บริษัทประกันจะให้ความคุ้มครองกรณีที่ผู้เอาประกัน ได้รับความบาดเจ็บ ทุพพลภาพ เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ การมองเห็น การรับฟัง และการออกเสียง ผู้เอาประกันต้องตรวจสอบได้ดีว่าแผนประกันสุขภาพนั้นมีความครองครองในการขับขี่มอเตอร์ไซค์ด้วยหรือไม่ เนื่องจากบางบริษัทจะมี และบางบริษัทนั้นจะไม่มี เพื่อเป็นอีกทางเลือกนึง
  • ทันตกรรม คือวงเงินคุ้มครองที่บริษัทประกันจะจ่ายให้ กรณีผู้เอาประกันเข้ารับการดูแลปัญหาสุขภาพช่องปากและฟัน เช่น ผ่าฟันคุด ถอนฟัน รักษาเหงือก ขูดหินปูน เป็นต้น ทั้งนี้ บางบริษัทต้องผู้เอาประกันต้องสำรองจ่ายเงินไปก่อน เคลมทีหลัง บางบริษัทไม่จำเป็นต้องสำรองจ่าย ความคุ้มครองทันตกรรมตรงนี้สามารถซื้อเพิ่มเติมได้ หรือไม่ซื้อก็ได้ หากผู้เอาประกันต้องการซื้อประกันสำหรับทันตกรรมอย่างเดียว ก็ซื้อได้เช่นกัน
  • สายตา คือวงเงินคุ้มครองที่บริษัทประกันจะจ่ายให้ กรณีที่ผู้เอาประกันเข้ารับการดูแลปัญหาสายตา เช่นการตรวจวัดสายตา หรือการเข้ารับการดูแลรักษาปัญหาสายตา ต้อเนื้อ ต้อลม ต้อกระจก เป็นต้น ความคุ้มครองสายตานี้ทางผู้เอาประกันสามารถซื้อเพิ่มเติม หรือไม่ซื้อก็ได้
  • การคลอดบุตร ความคุ้มครองการคลอดบุตรนั้น จะเป็นความคุ้มครองที่ทางบริษัทประกันนั้นจ่ายให้เมื่อมีการคลอดลูกนั้นเกิดขึ้น ค่าตรงนี้นั้นจะรวมไปด้วยการคลอดบัตรตามปกติโดยใช้เครื่องมือช่วย หรือการผ่าท้องนอกมดลูกโดยการผ่าตัดแบบฉุกเฉิน ความคุ้มครองการคลอดบัตรตรงนี้จะมีระยะเวลาการรอคอยโดยเฉลี่ยแล้ว 280 วัน โดยที่ทางผู้เอาประกันต้องรออย่างน้อย 280 วันในการเคลมการคลอดบุตร (เพื่อเป็นการป้องกันซื้อประกันเพื่อทำคลอด)
  • ช่วยเหลือฉุกเฉิน โดยปกติแล้ว การช่วยเหลือฉุกเฉินนั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ความคุ้มครองช่วยเหลือฉุกเฉินที่บริษัทประกันจะจ่ายให้กับผู้เอาประกันเป็นค่ารถพยาบาล (Emergency Ambulance) หากมีการฉุกเฉินเกิดขึ้น ทางบริษัทประกันจะสำรองจ่ายในส่วนของรถฉุกเฉินให้ด้วย โปรดศึกษาแผนประกันให้ดีว่ามีการคุ้มครองตรงนี้หรือไม่ เนื่องจากบางบริษัทประกันนั้นจะมี และบางที่จะไม่มี

ในการหาแผนประกันสุขภาพที่เหมาสมกับตัวคุณมากที่สุดนั้น ทางผู้เอาประกันต้องทำการเปรียบเทียบแผนประกันและเปรียบเทียบความคุ้มครองเพื่อจะได้แผนประกันที่เหมาะและตรงกับความต้องการของคุณมากสุด เปรียบเทียบแผนประกันสุขภาพกับเราได้ทันทีเพื่อหาแผนที่เหมาะสมกับสุขภาพของคุณมากที่สุด

  • ชั้นอาชีพที่ 1 เจ้าของ ผู้ปฏิบัติงานด้านบริหาร หรืองานจัดการ งานเสมียนหรืองานขาย หรือพนักงานธุรกิจหรือการค้าซึ่งส่วนใหญ่ทำงานประจำในสำนักงาน และรวมถึงการทำงานฝีมือที่ไม่ใช้เครื่องจักร เช่น เจ้าของกิจการ/ผู้อำนวยการ/ผู้จัดการ, ครู/อาจารย์ (ที่ไม่ใช่ครูพละ), ผู้พิพากษา/อัยการ/ทนายความ, แพทย์/พยาบาล, ทันตแพทย์, เภสัชกร, วิศวกรที่งานในสำนักงาน, โปรแกรมเมอร์, เสมียน, พนักงานธนาคาร, ผู้ตรวจสอบบัญชี, นักประพันธ์, พนักงานขายของในห้างสรรพสินค้า, ช่างเสริมสวย, แม่บ้าน/พ่อบ้าน, ช่างฝีมือที่ไม่ใช้เครื่องจักร, นักเรียน/นักศึกษา
  • ชั้นอาชีพที่ 2 เจ้าของ ผู้ปฏิบัติงานด้านบริหาร หรืองานจัดการ หรือพนักงานในธุรกิจหรือการค้าซึ่งทำงานนอกสำนักงานเป็นครั้งคราว หรือเป็นผู้ปฏิบัติงานทางด้านอุตสาหกรรม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาชีพเฉพาะหรือกึ่งอาชีพเฉพาะ และบางครั้งอาจจะมีการใช้เครื่องจักร หรือเป็นผู้ปฏิบัติงานที่ใช้วิชาชีพที่ต้องทำงานกลางแจ้งเกือบตลอดเวลา เช่น พนักงานบริษัท หรือร้านค้าที่ใช้เครื่องมือ หรือเครื่องจักรกลขนาดย่อม, วิศวกรที่ต้องออกพื้นที่, สถาปนิก/นักออกแบบภายใน, ทหาร/ตำรวจ, สัตวแพทย์, ครูสอนแอโรบิค, พนักงานขายที่ต้องเดินทาง, นักข่าว, ศิลปิน/นักแสดง/นักดนตรี, ช่างภาพ, ตัวแทน/นายหน้าประกันภัย, คนขับรถให้ผู้บริหาร, หัวหน้าคนงาน, พ่อครัว/แม่ครัว, พนักงานเสิร์ฟ
  • ชั้นอาชีพที่ 3 ผู้ปฏิบัติงานในด้านช่าง หรือกระบวนการผลิต หรือการบริการ ซึ่งส่วนใหญ่มีการใช้เครื่องจักรกลหนัก หรือเป็นผู้ใช้แรงงาน ตลอดจนผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการขนส่งที่มีการเดินทางหรือทำงานนอกสำนักงานเป็นประจำ, เช่น แพทย์/พยาบาล/พนักงานในโรงพยาบาลโรคจิต, นักบิน/พนักงานประจำเครื่องบินโดยสาร, นักกีฬาอาชีพ, ไกด์นำเที่ยว, บุรุษไปรษณีย์, คนขับรถแท็กซี่, พนักงานขับรถรับจ้างสาธารณะ, พนักงานส่งเอกสาร, พนักงานส่งสินค้า
  • ชั้นอาชีพที่ 4 ผู้ปฏิบัติงานที่มีอาชีพพิเศษ ซึ่งไม่สามารถจัดเข้าประเภทอาชีพชั้น 1 ชั้น 2 หรือชั้น 3 เช่น หัวหน้าคนงานในโรงงานปิโตรเลียมเคมี, โรงผลิตแก๊ส, โรงกลั่นน้ำมัน, แท่นขุดเจาะน้ำมัน, เหมืองแร่ บุคคลที่ต้องปีนป่ายเพื่อทำงานในที่สูง, ชาวประมง, บุคคลที่อาศัยหรือทำงานในจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา